soupvanclub
=> พิกัดเที่ยว => ข้อความที่เริ่มโดย: ลุงซุป เชียงใหม่ ที่ 03 ธันวาคม 2567, เวลา 21:46:20 น.

หัวข้อ: เสาอินทขิล (เสาหลักเมืองเชียงใหม่)
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงซุป เชียงใหม่ ที่ 03 ธันวาคม 2567, เวลา 21:46:20 น.
เสาอินทขิล (เสาหลักเมือง) วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ (https://finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/42987-เสาอินทขิล-เมืองเชียงใหม่)
 บทความจาก  (https://www.facebook.com/profile.php?id=61562586098573) :  fineart.go.th (https://finearts.go.th/main)

[attach=1]
 ภาพจาก :   Facebook :  soupvan cnx. (รถเช่าพร้อมคนขับ)  (https://www.facebook.com/photo/?fbid=122112393956419536&set=pb.61562586098573.-2207520000)

เสาอินทขิล เมืองเชียงใหม่
           แนวคิดการตั้งเมืองเชียงใหม่ในอดีต เปรียบดั่งร่างกาย หัวเวียงอยู่ทางทิศเหนือ หัวเป็นอวัยวะสำคัญ ดังนั้นภายในเวียงเชียงใหม่ นับตั้งแต่กลางเวียงค่อนไปทางเหนือ จึงถูกกำหนดให้เป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญ สิ่งมงคล เช่น หอคำที่เวียงแก้ว คุ้มเจ้านาย วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง และเสาอินทขิล เพราะถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
          ตีนเวียงจะเป็นแนวยาว ตั้งแต่แจ่งหัวลินถึงแจ่งกู่เฮือง และจากแจ่งกู่เฮืองเลียบมาถึงแจ่งก๊ะต๊ำและแจ่งศรีภูมิ ดังนั้นวัดและอาคารบ้านเรือนที่อยู่ตีนเวียงมักจะมีขนาดเล็ก

          ดังปรากฏความในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ถึงการการตั้งเมืองเชียงใหม่ให้ฟื้นคืนมา โดยได้ปฏิสังขรณ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีมาแต่โบราณ เช่น ก่อรูปช้างเผือก 2 ตัวที่หัวเวียง ก่อรูปสิงห์ 2 ตัวที่ข่วงสิงห์ ก่อรูปกุมภัณฑ์ และพระสุเทวฤาษีที่วัดเจดีย์หลวงฯ พร้อมกับการย้ายเสาอินทขิลจากวัดสะดือเมืองไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวงฯ ความว่า “เถิงเดือน 7 ออก 11 ค่ำ วัน 7 (มีนาคม 2344) ได้ก่อรูปช้างเผือก 2 ตัว ไว้ทางหัวเวียง ตัวเบ่นหน้าไปหนเหนือชื่อ ปราบจักรวาฬ ตัวเบ่นหน้าไปวันตกชื่อปราบ เมืองมารเมืองยักษ์ แล้วก่อรูปกุมภัณฑ์ 2 ตน ไว้หน้าวัดโชติการาม และก่อรูปพระสุเทวรสีในที่ใกล้วันตกแห่งหออินทขีล ในสกราชเดียวนั้นแล ลูนนั้นได้ 2 ปี เถิงปีลวงเล้า”

(https://finearts.go.th/uploads/tinymce/source/79/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%A5%20%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/1.jpg)

(https://finearts.go.th/uploads/tinymce/source/79/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%A5%20%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/2.jpg)

(https://finearts.go.th/uploads/tinymce/source/79/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%A5%20%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/3.jpg)

           นับแต่การสร้าง เสาอินทขิล เมืองเชียงใหม่ ให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ชาวเชียงใหม่จึงได้ร่วมจัด ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีลขึ้น ในช่วงปลายเดือน 8 ต้นเดือน 9 หรือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน จะเข้าสู่งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล เริ่มต้นในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า วันเข้าอินทขิล ไปจนถึงวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ซึ่งเป็นวันออกอินทขิล จึงมักเรียกว่า เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก ประกอบด้วย การบูชาอินทขิล การบูชาต้นยางหลวง ในวัดเจดีย์หลวง การบูชาช้าง 8 ตัว ที่พระเจดีย์หลวง พิธีใส่ขันดอก การใส่บาตรพระประจำวันเกิด พิธีสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า และพิธีสืบชะตาเมือง
          นับว่าเป็นงานประเพณีที่สร้างความเป็นมงคลให้แก่บ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง สร้างขวัญและกำลังใจแก่ชาวเมืองให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข อีกทั้งเคารพบูชาเทวดาฟ้าดินช่วยดลบันดาลให้ฝนตกสร้างความอุดมสมบูรณ์ในการทำการเกษตรอีกด้วย

ผู้เรียบเรียง :  นายวีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการ
อ้างอิง :   
1.  คณะกรรมการตรวจสอบและสืบค้นดวงเมืองและตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่.  ๒๕๓๙.  จดหมายเหตุการตรวจสอบและสืบค้นดวงเมือง “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่”.  เชียงใหม่ : โรงพิมพ์ ส.ทรัพย์การพิมพ์.
2.  สรัสวดี อ๋องสกุล. ๒๕๕๗. ประวัติศาสตร์ล้านนา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์.
3.  อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว และ เดวิด เค. วัยอาจ. ๒๕๔๓.  ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่.  กรุงเทพฯ : โอ.เอส. พรินติ้ง เฮ้าส์.